Posts Tagged AEC

โอกาสและอุปสรรคในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์สุกรของไทยใน AEC

Saturday, December 13th, 2014

ไทยนับเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการขยายตลาดส่งออกในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในรูปของสุกรมีชีวิต(สุกรพันธุ์ และลูกสุกรขุน) เนื้อสุกร และผลิตภัณฑ์สุกร เนื่องจากมีความพร้อมในการขยายปริมาณการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้ จากปัจจุบันที่ไทยมีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 10-12 ล้านตัว/ปี และการเลี้ยงร้อยละ 75 เป็นการเลี้ยงของเกษตรกรรายย่อย ที่เหลืออีกร้อยละ 25 เป็นการเลี้ยงในลักษณะฟาร์มขนาดใหญ่เพื่อการค้าหรือการเลี้ยงลักษณะลูกเล้า(การเลี้ยงในระบบประกันราคากับโรงงานแปร รูปสุกร) คาดว่าในอนาคตการเลี้ยงจะเข้าสู่ระบบการเลี้ยงเป็นฟาร์มขนาดใหญ่หรือการเลี้ยงลักษณะลูกเล้ามากขึ้น ซึ่งทำให้มีการยกระดับมาตรฐานการจัดการฟาร์มสุกร และสามารถขยายปริมาณการผลิตเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานเพื่อการส่งออกได้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่การผลิตร้อยละ 98 เพื่อการบริโภคภายในประเทศ โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ คือ

• พันธุ์สุกรที่มีคุณภาพ ทั้งสุกรพ่อแม่พันธุ์ และสุกรขุน ซึ่งเป็นที่ยอมรับในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งมีระบบมาตรฐานฟาร์มที่ได้มาตรฐาน ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะประเทศอาเซียนใหม่(ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม)มีการนำเข้าสุกรมีชีวิตและนำเอาระบบการจัดการฟาร์มไปเป็นแบบอย่างเพื่อยกระดับฟาร์มสุกรในแต่ละประเทศ

• โรงงานชำแหละสุกรมาตรฐานเพื่อการส่งออก 8 แห่ง กำลังการผลิตประมาณ 6,750 ตัน/วัน ทำให้ไทยมีกำลังการผลิตเนื้อสุกรสดแช่เย็นแช่แข็งที่ได้มาตรฐานการส่งออก รวมทั้งมีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สุกรที่ทันสมัยที่ได้มาตรฐานสากล 28 โรงงาน ทั้งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สุกรพื้นเมือง เช่น ลูกชิ้นหมู กุนเชียง แหนม หมูหยอง หมูแผ่น เป็นต้น และโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สุกรแบบตะวันตก เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน เป็นต้น ซึ่งไทยสามารถขยายปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์สุกรเหล่านี้ได้อีกมากในตลาดAEC

• รัฐบาลสนับสนุนการขยายตลาดส่งออกสุกร โดยการจัดทำยุทธ์ศาสตร์การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่า สำหรับในอนาคต กระทรวงพาณิชย์จะเสนอคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ พิจารณากำหนดนโยบายดูแลด้านการผลิตให้ปริมาณผลผลิตสุกรมีเสถียรภาพสอดคล้องกับตลาดรองรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ และกำหนดราคาขั้นสูงและขั้นต่ำของสุกรมีชีวิตเพื่อให้เกษตกรกรจำหน่าย เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสุกรให้ผู้เลี้ยงสุกรมีความมั่นคงในอาชีพ และผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในด้านราคา

ประเด็นที่ผู้ประกอบธุรกิจสุกรและธุรกิจต่อเนื่องจะต้องคำนึงถึงด้วยคือ ในอนาคตความต้องการสุกรและผลิตภัณฑ์อาจจะเปลี่ยนไปเป็นความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์สุกรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์สุกรจากฟาร์มที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม เป็นต้น รวมทั้งผู้บริโภคมีแนวโน้มจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุกรโดยพิจารณาจากตรา ยี่ห้อมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคต้องการความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานของการผลิต ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจสุกรและธุรกิจต่อเนื่องต้องปรับตัวเพื่อเตรียมรับกับความต้องการของผู้บริโภค ด้วยเช่นกัน

แนวทางการปรับจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็งของการเลี้ยงสุกรของประเทศในAEC

Saturday, November 22nd, 2014

ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในภูมิภาคอาเซียน ส่งผลให้ประเทศต่างๆในอาเซียนเร่งพัฒนาศักยภาพการผลิตสุกร โดยการเปิดรับการเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจการเลี้ยงสุกรและแปรรูปสุกรจากต่างประเทศ โดยแนวทางการปรับจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็งของการเลี้ยงสุกรของประเทศในAEC ได้แก่

การเลี้ยงในลักษณะฟาร์มขนาดใหญ่เพื่อการค้าทดแทนฟาร์มรายย่อยและการเลี้ยงสุกรแบบพื้นบ้าน เดิมการเลี้ยงสุกรส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงของ เกษตรกรรายย่อยและการเลี้ยงแบบพื้นบ้าน ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสุกรที่ผลิตได้นั้นไม่แน่นอน เนื่องจากมักจะประสบปัญหาในเรื่องระบบการจัดการฟาร์มที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะปัญหาการป้องกันโรคระบาดที่สร้างความเสียหายอย่างมากต่อปริมาณการผลิตสุกร ดังนั้น การพัฒนาการเลี้ยงสุกรในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมาจึงมุ่งเน้นไปที่การเลี้ยงในลักษณะฟาร์มขนาดใหญ่เพื่อการค้า หรือระบบลูกฟาร์ม โดยเน้นระบบการจัดการฟาร์มที่ทันสมัย ปลอดโรค ถูกสุขลักษณะ และปลอดจากสารเคมีตกค้างในเนื้อสุกร ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในประเทศแล้วยังเป็นการสร้างตลาดส่งออกในอนาคต เนื่องจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนยังคงไม่ได้รับการรับรองจากองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ(The Office International des Epizooties :OIE) เป็นเขตปลอดโรคปากและเท้าเปื่อย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายการส่งออกเนื้อสุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง โดยการส่งออกส่วนใหญ่ยังเป็นสุกรแปรรูป โดยเฉพาะเนื้อสุกรต้มสุก และผลิตภัณฑ์สุกรเท่านั้น

การพัฒนาโรงฆ่าและชำแหละสุกรที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล เดิมการฆ่าและชำแหละสุกรส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาตรฐาน รวมทั้งระบบการจัด เก็บและการขนส่งที่ยังไม่มีระบบการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพของเนื้อสุกรก่อนถึงมือผู้บริโภค เนื่องจากผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียนส่วนใหญ่ยังนิยมบริโภคเนื้อสุกรสด และ นิยมซื้อจากตลาดสด ซึ่งปัจจุบันตลาดลักษณะนี้ยังเป็นตลาดส่วนใหญ่ของการจำหน่ายเนื้อสุกรในประเทศต่างๆในอาเซียน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความปลอดภัยในการบริโภคเนื้อสุกรที่ได้มาตรฐานมากขึ้น ทำให้เริ่มมีตลาดเนื้อสุกรที่มีตรายี่ห้อ อีกทั้งยังเป็นแนวทางในการสร้างตลาดส่งออกในอนาคตอีกด้วย เนื่องจากผู้นำเข้าในต่างประเทศสามารถตรวจสอบ ย้อนกลับถึงระดับฟาร์มที่เลี้ยงสุกร และโรงฆ่าชำแหละสุกร ซึ่งทำให้มั่นใจในคุณภาพของเนื้อสุกร

การลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สุกร โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์สุกรเริ่มเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมากขึ้น จากเดิมที่มีการปรรูปผลิตภัณฑ์สุกรใน ลักษณะผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน เช่น ลูกชิ้นหมู กุนเชียง หมูยอ แหนม หมูหยอง หมูแผ่น เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันโรงงานเหล่านี้มีการพัฒนาให้มีการผลิตที่ทันสมัยได้มาตรฐานมากขึ้น และสามารถขยายตลาดส่งออกได้ด้วย นอกจากนี้ จากความนิยมบริโภคอาหารตะวันตกมากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์สุกรประเภทไส้กรอก แฮม เบคอน ฯลฯ ได้รับความนิยมมากขึ้น และมีการตั้งโรงงานผลิตในบางประเทศในอาเซียนเช่น ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เป็นต้น เพื่อทดแทนผลิตภัณฑ์นำเข้า

การลงทุนขยายพื้นที่ปลูกวัตถุดิบอาหารสัตว์และตั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป จากการขยายตัวของธุรกิจฟาร์มสุกรส่งผลให้ต้องมีการขยายพื้นที่ปลูกวัตถุดิบอาหารสัตว์เพื่อรองรับปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และถั่วเหลือง นอกจากนี้ อาหารสัตว์นับว่าเป็นต้นทุนการผลิตสำคัญ โดยมีสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 70 ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ดังนั้น การมีวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพียงพอนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจการผลิตสุกร

สำหรับในอนาคตโรงงานผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูปก็จะมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ในAECยังคงผสมอาหารเลี้ยงสุกรเอง แต่ในอนาคตเมื่อธุรกิจฟาร์มสุกรมีการพัฒนาเป็นการเลี้ยงในลักษณะฟาร์มขนาดใหญ่เพื่อการค้ามากขึ้น เกษตรกรคงต้องหันไปใช้อาหารสัตว์สำเร็จรูปมากขึ้น ทั้งเพื่อการควบคุมคุณภาพ และมาตรฐานในการผลิตสุกร รวมทั้งการควบคุมต้นทุนการผลิต เนื่องจากโรงงานอาหารสัตว์สำเร็จรูปมีการปรับส่วนผสมของวัตถุดิบอาหารสัตว์ตามการเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละช่วงภาย ใต้การควบคุมคุณค่าของโภชนาการให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุของสุกร

Powered by WordPress | Theme by RoseCityGardens.com